แสงเหนือ คืออะไร? ทำไม่ต้องไปดู

แสงเหนือ คืออะไร? ทำไม่ต้องไปดู

แสงเหนือ หรือ ออโรร่า ( Aurora ) เป็นปรากฎการณ์ทางธรรมชาติอย่างหนึ่ง ที่เหล่านักท่องเที่ยว จะไปเห็นกับตาของตัวเอง แล้วรู้ไหมว่าแสงเหนือที่กำลังเป็นที่นิยม ที่ทุกคนต้องอยากเห็นนั้นมันคืออะไร ทำไมต้องไปดู วันนี้ เราจะมาบอกว่าแสงที่ ทุกคนต้องต่างกันตามล่านั้น มันคืออะไรกัน

แสงเหนือ หรือ ภาษาอังกฤษ มีชื่อเรียกว่า ออโรร่า บอเรลลีส ( Aurora Borealis ) ถูกตั้งโดยนักวิทย์ศาสตร์ และนั้นก็คือ กาลิเลโอ กาลิเลอี โดยแสงเหนือ เป็นปรากฎการณ์ธรรมชาติ ที่มีแสงเรืองบนท้องฟ้า ในตอนกลางคืนมักจะ เกิดขึ้นในบริเวณแถบขั้วโลก โดยหากเกิดในทางเหนือ ก็จะเรียกว่าแสงเหนือ แต่หากเกิดขึ้นทางใต้ ก็จะถูกเรียกว่าแสงใต้ หรือ ภาษาอังกฤษ เรียกว่า Aurora Australis แต่ถ้าใช้คำว่า Aurora Polaris จะหมายถึงแสงขั้วโลกใช้เรียกทั้ง แสงเหนือและ แสงใต้ ทั้งนี้หากมองดูก็คล้ายๆ กับหมู่ดาว หรือ แสงบนท้องฟ้า กำลังเคลื่อนไหว ซึ่งแสงก็ปรากฏในหลายสี ด้วยกัน มีทั้งสีเขียว สีฟ้า สีชมพู สีแดง สีเหลือง หรือสีม่วง ก็เคยมีนะคะ มันอาจปรากฏจากสีจางๆ เป็นวงนิ่งแล้ว ระเบิดออกมาเป็นสีต่างๆ พุ่งกระจายภายในไม่กี่วินาที บางครั้ง จะปรากฏเหมือน มันจะแตะกับพื้น หรือ เวลาอาจเห็นมันพุ่ง สูงขึ้นสู่ท้องฟ้า แต่ความจริงแล้วแสงเหนือ นั้นเกิดขึ้นที่ความสูงจากพื้นโลก ประมาณ 100 ถึง 300 กิโลเมตร บริเวณที่อยู่ บริเวณบรรยากาศชั้นบน ที่อยู่ใกล้กับอากาศ โดย แสงเหนือ นั้นเกิดจากการชน กันระหว่างก๊าซในชั้นบรรยากาศโลก กับอนุภาคไฟฟ้าที่ถูกปล่อยออกมา จากพลังงานแสงอาทิตย์ก่อให้เกิดการระเบิดเป็นลำแสงสีต่างๆ

แสงเหนือและ แสงใต้เกิดจากอะไร

ปรากฎการณ์แสงเหนือ แสงใต้ เกิดจากการชนกัน ระหว่างก๊าซในชั้นบรรยากาศโลก กับอนุภาคไฟฟ้าที่ถูกปล่อยออกมา จากพลังงานอาทิตย์ ก่อให้เกิดการระเบิด เป็นลำแสงสีต่างๆ กันออกไปขึ้นอยู่กับแสงนั้น เกิดขึ้นในช่วงชั้นบรรยากาศไหน และเกิดจากก๊าซอะไร เพราะในระดับความสูง ที่เหนือชั้นบรรยากาศ 100 กิโลเมตรขึ้นไป จะประกอบด้วยโมเลกุลไนโตรเจน และ ออกซิเจนเป็นส่วนใหญ่ โดยระดับความสูง เหนือชั้นบรรยากาศประมาณ 100-200 กิโลเมตร ช่วงนี้จะมีโมเลกุลออกซิเจน หนาแน่นมาก สามารถก่อให้เกิด แสงออโรร่า สีเขียวอมเหลือง ซึ่งเป็นแสงเหนือ แสงใต้ยอดนิยมที่มักจะได้เห็นกันบ่อยๆ  แสงเหนือสีแดง จะปรากฎในช่วงชั้นบรรยากาศที่สูงเกิน 200 กิโลเมตร ขึ้นไป แต่แสงสีฟ้า และ สีม่วงมักจะปรากฏ ที่ช่วงความสูงเหนือชั้นบรรยากาศ ในช่วงที่ต่ำกว่า 120 กิโลเมตร อันเป็นช่วงชั้นที่มีโมเลกุล ของไนโตรเจนหนาแน่น กว่าออกซิเจน ความหมายของชื่อแสงเหนือ แสงเหนือ

ตามประวัตินั้น มีชื่อมากมายหลายชื่อ ชื่อทางวิทยาศาสตร์ ของปรากฎการณ์นี้ คือ ออโรรา บอเรลลีส ( Aurora Borealis ) ซึ่งเป็นภาษาลาติน แปลเป็นภาษาไทยได้ว่า รุ่งอรุณสีแดง แห่งทิศเหนือ ซึ่งตั้งชื่อโดย กาลิเลโอ กาลิเลอิ ( Galileo Galilei ) ( ค.ศ 1564-1642 )

วิธีดูแสงเหนือยังไง

แสงเหนือ นั้นไม่อาจสามารถมองเห็นด้วยตาเปล่าได้ ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับค่า KP ในแต่ละวัน ด้วยหากวันไหนค่าสูงๆ ก็มีสิทธิที่จะมองเห็นด้วยตาเปล่าไ ด้ชัดขึ้น แต่ถ้าวันไหนค่า KP ต่ำ ก็อาจจะเห็นเป็นแค่ริ้วๆ สีขาว สีเทา บนท้องฟ้านั้นเอง แต่แสงเหนือ ก็ไม่ใช่แสงดีที่ปรากฏธรรมดา เพราะแสงเหนือนนั้นจะเคลื่อนไหว คล้ายกำลังเต้นระบำ ส่วนภาพที่ถ่ายได้นั้น จะเป็นแสงสีขาว เหล่าช่างกล้องใช้เวลาตั้งกล้อง เพื่อถ่ายหลายวินาทีเลย ถึงจะได้ถ่าย ภาพเหล่านั้นออกมา ให้เราได้ชม

แสงเหนือเกิดขึ้นมากในเดือนไหน

ช่วงเวลาที่เหมาะที่สุด ของการเกิดแสงเหนือ จะอยู่ในช่วงฤดูหนาวของทางขั้วโลก ซึ่งจะเป็นช่วงเดือน กันยายน , ตุลาคม , มีนาคม และเมษายน หากท้องฟ้าปลอดโปร่ง ไร้เมฆ มืดสนิท และ เป็นช่วงเวลาตั้งแต่ 22:00-24:00 น. จะมีโอกาสเห็น แสงเหนือมากขึ้น ใครที่ต้องการความชัวร์ เพราะเดินทางไปล่าแสงเหนือ แล้วยังต้องพลาดที่จะเก็บภาพเด็ดๆ แนะนำให้ไปชมแสงเหนือ ในช่วงที่ผ่าน วัฎจักรจุดสุริยะ ( Sun Spot ) มาแล้ว 2 วัน แต่อาจจะต้องรอกันนาน นิดนึงเพราะวัฎจักร ดังกล่าวจะเกิดขึ้นทุกๆ 11 ปี เพราะล่าสุดก็เพิ่งมีช่วงแสงเหนือไป เมื่อปี ค.ศ 2013 คร่อม ค.ศ 2014 ซึ่งเป็นช่วงที่แสงเหนือ จะเกิดได้ชัดเจนที่สุด ก่อนจะค่อยๆ ลดระดับแสงลง จนกว่าจะเปล่งแสงเจิดจ้าขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อครรบรอบวัฎจักร 11 ปี ทั้งนี้เราสามารถดูการคาดคะเน เวลาที่น่าจะเกิด แสงออโรร่า ได้จากทางเว็บไซต์ของ NASA เลยค่ะ

ดูแสงเหนือที่ไหนได้บ้าง

แหล่งกำเนิดของ แสงเหนือ จะอยู่แถวซีกโลกเหนือ และ ซีกโลกใต้ ซึ่งจะมีเส้นแนวของการเกิดแสงอยู่รอบๆ ขั่วแม่เหล็ก ของโลกเรียงตัวกันในรูปทรงรูปไข่ เหนือขั้วแม่เหล็ก ดังนั้นถ้าเกิดแสงเหนือ ในซีกโลกเหนือ เราจะเรียกว่า แสงเหนือ แต่ถ้าหากเกิดในซีกโลกใต้ เราจะเรียกว่า แสงใต้ นั่นเอง ทั้งนี้แสงเหนือจะเกิดได้ทางตอนเหนือ ของแคนนาดา ทางตอนเหนือของ อะแลสกา และ ทางตอนใต้ของทาง กรีนแลนด์และ ไอซ์แลนด์ รวมไปถึงทางชายฝั่ง ทิศเหนือของประเทศนอร์เวย์ และ ไซบีเรีย ส่วนแสงใต้แม้จะเห็นได้ไม่บ่อย เท่าแสงเหนือทว่าก็เคยปรากฏให้เห็นในบริเวณวงแหวนรอบทวีปแอนตาร์ติกาและ มหาสมุทรอินเดียใต้

แสงเหนือ

7ประเทศไปดูแสงเหนือ

  • ประเทศสวีเดน (SWEDEN)
  • ประเทศรัสเซีย (RUSSIA)
  • ประเทศไอซ์แลนด์ (ICELAND)
  • ประเทศฟินแลนด์ (FINLAND)
  • รัฐอะแลสกา สหรัฐอเมริกา (ALASKA)
  • ประเทศแคนนาดา (CANADA)
  • ประเทสนอร์เวย์ (NORWAY)
  • ประเทศกรีนแลนด์ (GREENLAND)

แสงเหนือและ สารใต้ มีผลกระทบต่อโลกเราไหม

            หวั่นใจเรื่องของอนุภาคไฟฟ้าที่แฝงมากับก๊าซจากแสงอาทิตย์ สามารถเข้าถึงชั้นบรรยากาศได้ ส่งผลให้เกิดความวิตกกังวลไปถึงอนาคตเมื่อเกิดพายุสุริยะขึ้นมาทว่าจากอดีตจนถึงปัจจุบันก็ยังไม่มีรายงานความเสียหายที่เกิดจากปรากฎการณ์แสงเหนือ-แสงใต้แต่อย่างไร

BLUECOOLING

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

tourkrub

happylongway

kapook

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *