เฟซบุ๊ก ดักฟังเสียงเราจริงหรือไม่?

เฟซบุ๊ก ดักฟังเสียงเราจริงหรือไม่?

ก่อนช่วงหยุดยาวที่ผ่านมา เราวางแผนว่าจะไปเที่ยวพักผ่อน เลยพูดไปว่าอยากหาที่พัก จากนั้นก็หยิบมือถือขึ้นมาเพื่อที่จะเข้าไปใน เฟซบุ๊กเพื่อหาดูที่เคยบันทึกของคนอื่นๆเอาไว้ แต่กลับเจอโฆษณาของที่พักบนนิวส์ฟีด เฟซบุ๊กทันที

หลายครั้งที่โฆษณาของเฟซบุ๊ก มีความเกี่ยวข้องกับเรามากเกินไป จนทำให้เรารู้สึกกลัว เช่น โฆษณาจะปรากฎขึ้นมาหลังจากที่เราสนทนาจบ ได้ไม่นานนัก เลยกลายเป็นประเด็น และสรุปเลยว่า เฟซบุ๊กต้องแอบฟังเราแน่นอน ถึงสามารถแสดงโฆษณา ได้อย่างแม่นยำ และถูกต้อง ทำให้มาร์คต้องถูกไต่สวน แต่ก็ยังไม่พ้นข้อหาเท่าไหร่นัก

สิ่งแรกที่เรารู้กันตอนนี้เราคือว่า เฟซบุ๊กออกมายอมรับ ว่าคอยฟังการสนทนา แบบเสียงของผู้ใช้งาน ผ่านแอพพลิเคชั่น Facebook Messenger มันมาเป็นประเด็นตอนที่ Bloomberg News นั้นเปิดเผยว่าเฟซบุ๊ก ได้ว่าจ้างบริษัทนอก เพื่อถอดบทสนทนาของผู้ใช้งานเวลา พูดคุยกัน โดยเฟซบุ๊กได้ชี้แจงว่าสื่อที่พวกเขาทำ นั้นเป็นการทดสอบ ความแม่นยำของระบบอัลกอริทึม ที่สามารถถอดบทสนทนาอัตโนมัติ ที่พวกเขากำลังจะปล่อยออกมา อีกอย่างที่บริษัทแจ้ง ก็คือผู้ใช้งานที่เข้าร่วมโปรแกรม นั้นรู้อยู่แล้วว่าอาจจะมีระบบรีวิว โดยการใช้มนุษย์ สิ่งที่เราไม่รู้ก็คือความโปร่งใส ของการแจ้งเตือนจากเฟซบุ๊ก ว่ามีมากขนาดไหน และข่าวก็แพร่กระจายอย่างรวดเร็วโดยมีพาดหัวประมาณว่า “เฟซบุ๊กยอมรับว่าดักฟังคุณอยู่” ที่จริงนั้นเฟซบุ๊กปฎิเสธประเด็นนี้หลายปีแล้ว ตั้งแต่ช่วงกลางปี ค.ศ 2016 แล้ว

เฟซบุ๊กไม่ได้ใช้ไมโครโฟน ของคุณเพื่อใช้มันสร้างโฆษณา หรือเปลี่ยนแปลงสิ่งที่คุณจะเห็น บนนิวส์ฟีด บทความช่วงที่ผ่านมา พยายามชี้ว่าเราต้องฟังบทสนทนา ของทุกคนเพื่อจะยิงโฆษณา ให้ตรงกลุ้มเป้าหมาย นั้นเป็นเรื่องที่ไม่จริง เลยเราแสดงโฆษณา โดยใช้พื้นฐานของความสนใจ และข้อมูลโปรไฟล์อื่นๆ ไม่ใช้สิ่งที่คุณกำลัง ส่งเสียงอยู่

อธิบายว่า เฟซบุ๊กทำไมถึงรู้ใจเราเหมือนกับว่า ดักฟังเราอยู่

กว่าแพลตฟอร์มนึงจะเติบโต ขึ้นมาจนเป็นโปรแกรมที่คนทั่วโลกเลือกใช้ในการสื่อสาร เครื่องมือวิเคราะห์ความต้องการของ เฟซบุ๊กจึงมีระบบที่ซับซ้อน และลึกล้ำ เกินกว่าที่เราจะเข้าใจ เรื่องหลังบ้าน แต่อย่างให้ทุกคนเข้าใจว่าข้อมูลส่วนตัวที่เก็บไว้บนเฟซบุ๊ก ผูกติดกันแทบทุกโปรแกรม ที่ลิงค์กันได้ก็ยิ่งเข้าใจพฤติกรรม ตอนไม่ได้เข้าเฟซบุ๊ก ด้วยอีกทั้งเรายังกดยินยอม ให้เปิดเผยข้อมูลส่วนตัว เรียกได้ว่า เฟซบุ๊กตามติดเราทุกฝีก้าว โดยที่เราก็ยินยอม

เมื่อไม่ได้ดักฟัง แล้วโฆษณา มาได้ยังไง?

การแสดงโฆษณาของ เฟซบุ๊ก จะอิงอยู่กับ ข้อมูลเกี่ยวกับตัวเราที่เฟซบุ๊กมี ซึ่งมันก็มากเพียงพอ ที่เฟซบุ๊กไม่จำเป็นจะต้องเสียเวลา เสียทรัพยากร และเสี่ยงที่จะทำผิดกฎหมายไปดักฟัง โดยเฟซบุ๊กได้ข้อมูลมาจาก 2 ช่องทางหลักๆ ส่วนแรกมาจาก แพลตฟอร์มของ เฟซบุ๊ก ไม่ว่าจะเป็น รูปภาพ ข้อมูลส่วนบุคคล เพศ อายุ เพจที่ไลค์ ซึ่งบ่งบอกความสนใจ คอนเทนท์ที่ไลค์ที่แชร์ หรือแม้กระทั้ง การเลื่อนอ่านฟีดไหนนานๆ เฟซบุ๊กก็จะรู้เลยทันที่ ว่าเรากำลังสนใจเรื่องไหนเป็นพิเศษ รวมไปถึงถ้าเราให้เฟซบุ๊ก เข้าถึงตำแหน่งที่ตั้ง หรือเช็คอินที่ไหนบ่อยๆ ก็จะรู้ว่าเราชอบ กินอาหารร้านไหน ชอบไปเที่ยวที่ไหน  นอกจากนี้ Location ไม่ใช่แค่อ้างอิงความสนใจ ได้อย่างเดียวแต่ ใช้เป็นปัจจัยในการยิงโฆษณา ด้วยเช่นกัน เช่นกรณีที่

ร้านอาหารเปิดใหม่ กำลังทำโปรโมชั่น แล้วตั้งเป้าหมายโฆษณา ว่าให้ยิงไปที่คนที่อยู่ในรัศมีร้าน 2 กิโลเมตรถ้าเราอยู่ใกล้ๆ ก็อาจจะได้รับโฆษณานั้นไปด้วย

ส่วนที่สองคือ ข้อมูลเกี่ยวกับการท่องเว็บ จากคุกกี้ โดยเฉพาะเครื่องมือ ที่เรียกว่า Facebook Pixel ซึ่งเป้นโค้ด JavaScript ที่เฟซบุ๊ก ให้เจ้าของเว็บเอาไปติดตั้ง บนเว็บตัวเอง ทำให้เฟซบุ๊ก รู้ข้อมูลพฤติกรรม การเข้าเว็บของเราแม้ว่าเราไม่ได้เข้าเฟสบุ๊ก อยู่ก็ตามข้อมูลที่เฟซบุ๊ก ได้จากเราเฟซบุ๊กไม่ได้นำข้อมูลเราไปขาย แต่เอามาสร้างเป็นโปรไฟล์ ความสนใจของ แต่ละคนสำหรับ ใช้ในการยิงโฆษณา มาหาเรานั้นเอง

ค้นหาข้อมูลไม่ใช่ในเฟซบุ๊ก แต่ทำไมยังเห็นโฆษณานั้น บนเฟซบุ๊ก

หากมีธุรกิจอื่น ที่เราอยู่แล้ว และรู้ว่าเรามีความสนใจบางอย่าง (ที่เฟซบุ๊กเองก็ไม่รู้ ) เช่น เราเสิร์ชหารองเท้า บนอีคอมเมิร์ซ A ก็จะยิงโฆษณาไปที่ เฟซบุ๊กโดยอิงจากอีเมล ที่เราสมัครเอาไว้ ถ้าบัญชีเฟซบุ๊ก เราใช้อีเมลเดียวกัน และแสดงโฆษณารองเท้า รุ่นนั้นซ้ำขึ้นมา บนเฟซบุ๊กอีกซักพักใหญ่ๆ เพราะอยู่บนความเชื่อว่า เราสนใจสินค้านั้นอยู่แล้ว เหลือแค่การกระตุ้น ให้ตัดสินใจซื้อเท่านั้น วิธีการนี้ มีชื่อเรียกอย่าง เป็นทางการว่า Retargeting Ads ข้อมูลอีกส่วนที่นำมาทำ Retargeting ได้คือข้อมูลจากโลกออฟไลน์ ที่แบรนด์ได้ข้อมูลเรามาจาก Data Broker แล้วนำมายิงโฆษณาเรา บนเฟซบุ๊กอีกที

BLUECOOLING

ขอขอบคุณขอมูลจาก

thematter

sanook

google

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *